
1. The Power to Believe
2. Dark Deceiver
3. Inner Spirit
4. Resurrection
5. Tendonitis
6. The Temple Within
7. Lies
8. The Passion of Words
9. Severed Angel
Zero Hour มีข่าวว่าจะออกอัลบั้มชุดนี้มาประมาณเดือนกว่าได้แล้วละกระมัง แล้วอัลบั้มนี้ก็ออกมาจนได้ เมื่อประมาณปลายเดือนที่แล้วพอดีกับที่ผมได้มันมาครอบครอง (ช่วงนี้ผมอาจจะเรียกว่า ถ้าวงไหนจะออกใหม่ผมก็จะได้มาก่อนเสมอละ) สำหรับสมาชิกในวงก็ยังคงเดิม ไม่เปลี่ยนแปลงไปจากชุดที่แล้ว และอัลบั้มนี้ก็ได้ Dino Alden มาช่วยโปรดิวซ์ด้วย นายคนนี้ถือว่าเป็นโปรดิวเซอร์คู่บุญของวงมานานแล้ว แต่ในชุดนี้จะมีฝีมือของสองแฝดจอมปั่นอย่าง Jasun และ Troy Tipton อยู่ทั้งอัลบั้ม เนื้อเพลงบางส่วนขะเป็นหน้าที่ของนักร้องนำแรมโบ้ Chris Salinas ซึ่งแกก็แต่งเนื้อเพลงได้หม่นหมองพอควร แต่ก็ไม่ทิ้งความเหี้ยมเกรียมทางดนตรีของวงไปเลยแม้แต่น้อย
ภาคดนตรี ถ้าฟังเผินๆอาจจะไม่มีความเปลี่ยนแปลงไปจากชุดที่แล้วนัก แต่ถ้ามาฟังดีๆแล้วจะสังเกตเห็นถึงพัฒนาการในตัว เริ่มจากริทึ่มเซคชั่นก่อนเลยก็ละกันนะครับ กีต้าร์และเบสของฝาแฝดได้สำแดงความสามารถมากกว่าชุดก่อน สังเกตได้โดยเฉพาะเบสของ Troy จะมีท่อน "Shredding Riff" ที่ว่องไวดั่งลมกรด ซึ่งผมว่าพี่เมียง ณ Dream Theater ก็ไวแล้ว แต่เมื่อมาฟังแต่ละท่อนของพี่ท่านก็เจอท่อนที่ฉลาดๆ แล้วทางวงฉลาดมากครับที่มีเพลงให้พี่แกโซโลเบสไปเลย เพลงนั้นคือ Tendonitis (ประมาณว่า ปล่อยให้เขาเด่นไปเถอะ) เท่าที่ผมเคยดูใน youtube มา แกสามารถเลื่อนนิ้วได้เร็วมาก ทั้งมือซ้ายและขวาเลยละ (แต่จริงๆก็เร็วกันทั้งพี่น้องละครับ) ส่วนกีต้าร์งวดนี้โชว์ริฟและลีดที่เหนือชั้นจริงครับ แล้วสามารถประสานกับเบสได้อย่างดีอีกด้วย สรุปคือ ทั้งกีต้าร์และเบสของเจ้าฝาแฝดคู่นี้มีส่วนสอดรับให้กันตลอดทั้งอัลบั้ม
กลองของ Mike Guy นับวันก็ยิ่งมีการพัฒนาขึ้นทั้งในเชิงเทคนิคและสุ้มเสียง จุดเด่นของเขาในชุดนี้ก็เห็นจะเป็นการรัวกระเดื่องที่สม่ำเสมอและจังหวะมั่นคงมาก และเทคนิคการใช้ฉาบของเขาก็ไม่น้อยหน้าเฮียพอร์ตนอยแห่ง DT ด้วย แม้ชุดกลองของเขาจะมีน้อยกว่าพี่ไมค์ก็ตาม ส่วนสุ้มเสียงของกลองนั้นเขาก็ทำออกมาได้ดุเดือดเหมือนกับเทคนิคจริงๆ ถ้าจะบอกโดยรวมว่างานดนตรีในชุดนี้จะดุเดือดกว่าชุดที่แล้วก็คงจะไม่ผิดนักนะครับ ส่วนเสียงร้องของพี่แรมโบ้ของเรานั้นก็เริ่มจะปรับเข้ากับวงได้แล้ว หลังจากพี่แกเพี้ยนไปไกลในชุดที่แล้ว เนื่องจากแกใช้เสียงสูงมากไปหน่อย (ชุดนั้นคงเรียกได้ว่าเกือบจะทั้งชุดนั่นละครับ) พอมาชุดนี้แกเริ่มจะใช้ความกว้างของเสียงให้เป็นประโยชน์มากขึ้นแล้ว ทำให้เวลา่แกขึ้นสูงแกจะขึ้นได้ไม่เพี้ยนคีย์ บางเพลงแกก้ใช้โทนเสียงต่ำมากๆสลับกับเสียงสูงมากๆ ซึ่งก็เป็นสีสันไปอีกแบบ แต่ชุดนี้เสียงต่ำของแกมีบทบาทมากพอๆกับเสียงสูงเลยทีเดียวเชียวแหละ ส่วนเทคนิคการประสานก็มีมาให้เห็นบ้างพอเป็นกระสัย และก็มีการใช้ echo กับเสียงร้องอีกด้วย ทำให้ตัวเพลงดูน่าสนใจขึ้น
แต่ละเพลงในอัลบั้มนี้มีความกระชับรัดกุมมากขึ้นเนื่องจากเวลาที่สั้นลงกว่าเดิม (ไม่รู้ว่าจะพูดถูกรึเปล่า) ถ้าจะให้ผมพูดคือมันเป็นสิ่งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับวง เนื่องจากเพลงที่เทคนิคมากๆอย่างวงนี้ถ้ายาวเกินไปก็คงไม่ไหวแน่ แต่แน่นอน ในเมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นโปรเกรสสีฟเมทัลแล้วก็ต้องมีเพลงยาวสักเพลงหนึ่งก็คือ Inner Spirit ที่โชว์ของกันเต็มๆ และเพลงสุดท้ายของอัลบั้มซึ่งเป็นเพลงบรรเลง แต่ Gimmick เด็ดๆก็มี Tendonitis นี่ละครับ ที่มีเสียงของลูกสาวของ Dino Alden ที่ชื่อ Cameron กล่าวนำและกล่าวจบหลังจากที่ Troy โซโลเบสเสร็จแล้ว ส่วนเพลงสุดท้ายที่เป็นเพลงบรรเลงนี่นำขึ้นมาหลอน แต่พอขึ้นมาจริงๆกลับดุเดือดมากๆ (มากกว่าชุดที่แล้วด้วยที่สำคัญ) อย่างไรก็ตาม แต่ละเพลงก็มีความเด่นในตัวของมันอยู่แล้ว ยิ่งการอัดเสียงของพวกเขาอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมากแล้ว มันขับพลังงานของเพลงให้สูงขึ้นไปอีกโข
ผลงานชุดนี้ถือเป็นพัฒนาการที่ดีในระดับหนึ่ง ซึ่งนักร้องนำร่างแรมโบ้อย่าง Salinas ก็สามารถแก้จุดเสียของตัวเองได้แล้ว การผนวกเสียงร้องที่หลากหลายของเขาเข้ากับดนตรี"เทคนิคัล"โปรเกรสสีฟเมทัลที่ดุเดือดกว่าชุดที่แล้วๆมา จะทำให้พวกเขากลายเป็นหนึ่งในม้ามืดที่สามารถประชันกับ Dream Theater ได้อย่างไม่ขัดเขิน (แต่อาจจะมีคู่แข่งใหม่อย่าง To-Mera มาเข้าร่วมประกวดด้วย) และฝาแฝดตระกูล Tipton อาจจะได้เข้าไปอยู่ในกลุ่มกีต้าร์/เบสฮีโร่ได้ในอนาคต ผมเชื่อเช่นนั้น...
)