
1. Blue Lambency Downward
2. Clelia Walking
3. Right Hand is the One I Want
4. The Sow Submits
5. The Awkward Wind Wheel
6.The Useless Ladder
7. Symmetrical Arizona
และแล้วก็มาสักที สำหรับอัลบั้มใหม่ของ Kayo Dot ชุดนี้ซึ่งเหลือสมาชิกเพียงสองคนเท่านั้นคือ Toby และ Mia อย่างที่เคยเกริ่นไว้ตั้งแต่คราวที่เขียนรีวิวของชุดที่แล้ว ส่วนนักดนตรีที่เหลือจะเป็นแขกรับเชิญทั้งหมด เริ่มจาก Charlie Zeleny จาก Behold... The Arctopus เป็นมือกลอง และก็มีเครื่องเคราะอืนๆอีกมากที่เราจะมาดูรายละเอียดกันในวันนี้ แต่ที่แน่ๆ งานหนักคราวนี้จะตกไปอยู่ที่ตัว Toby เนื่องจากเขาเป็นคนแต่งเพลงทั้งภาคดนตรีและเนื้อหา รวมถึงอาร์ตเวิร์คที่สีแดงจัดจ้านอย่างที่เห็นนี้ด้วย ซึ่งผมเห็นแล้วก็นึกถึงบุคคลสำคัญในแนวทางนี้อีกคนคือ John Baizley จาก Baroness ที่ชอบออกแบบลายบุปผาชนและใช้สฉูดฉาดพอกัน แต่ของหนุ่มโทบี้เราออกจะสุดโต่งไปเสียหน่อย ผมเองก็ยังงงเหมือนกันว่าทำไมเขาถึงต้องใช้กวางกับเทราโนดอนในอัลบั้มนี้ด้วย เขาคงต้องสื่ออะไรสักอย่างแน่ๆเลยละ ต่อไปเรามาดูภาคดนตรีกันต่อดีกว่า
งานนี้จะว่าเป็นงานหนังของคุณชายโทบี้ก็คงจะใช่ละครับ เพราะพี่แกเหมาทั้งกีต้าร์ เบส คลาริเน็ต เปียโน ออร์แกนต่างๆ รวมถึงร้องนำเสียเองด้วย ส่วนสาวมิอะจังก็มีร่วมร้องเพลงและก็สีไวโอลินเพื่อสร้างสีสันให้กับดนตรีที่ล่องลอย (ซึ่งคราวนี้มันดูจะล่องลอยกว่าชุดที่แล้วเสียอีก) แต่เท่าที่สังเกต ไลน์กีต้าร์ที่โทบี้บรรเลงลงไปในเพลงนั้นมีความซับซ้อนขึ้น และเนื่องจากความที่เพลงของพวกเขามีความกระชับมากขึ้น ทำให้เครื่องดนตรีอื่นๆที่โทบี้เล่นขึ้นมามีบทบาท อย่างเปียโนนี้เข้าก็บรรเลงได้อย่างพลิ้วไหวและไพเราะอย่างเศร้าหมอง และยังจะมีคลาริเน็ตเข้ามาเสริมไลน์ได้อย่างนุ่มนวลอีก ไวโอลินของมิอะจังก็มีส่วนทำให้ดนตรีล่องลอยขึ้น (กว่าชุดที่แล้ว) ดูแล้วเธออาจจะไม่ได้ใช้เทคนิคอะไรมากนัก แต่ว่าเป็นการสีที่ "ปล่อยไปตามหัวใจ" ซึ่งเธอทำได้อย่างเป็นธรรมชาติ
ส่วนสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยคือ กลองของ Charlie Zeleny ที่บางเพลงเขาสามารถลงแส้ได้อย่างแนบเนียน เขาเองก็น่าจะเป็นหนึ่งในมือกลองรุ่นใหม่ที่สามารถเล่นได้หลากหลายแนวมาก ตั้งแต่โปรเกรสสีฟเมทัลยันอวองการ์ด (จะว่าไปแล้วมือกลองเก่งๆก็น่าจะเล่นกันได้ทุกแนวอยู่แล้ว) สำหรับชุดนี้จะเป็นฝีมือการอัดเสียงของ Randall Dunn ยกเว้นกลองของ Charlie นี่แหละที่อัดเสียงโดยนาย Colin Marston เจ้าเก่า ซึ่งก็มิกซ์ได้อย่างแนบเนียนทีเดียว ส่วนแซกโซโฟนนี่เพิ่งจะมามีบทบาทได้เพลงสุดท้ายของอัลบั้มนี่เองครับ เป็นเสียงเทเนอร์นุ่มๆแล้วค่อนต่อด้วยกีต้าร์ของพี่โทบี้ (เช่นเดิม) งานนี้ที่จริงมีซาวด์เอฟเฟกต์ของ Randall Dunn (มือมิกซ์ของชุดนี้) มาเสริมอีกนิดหน่อย แต่ก็คงไม่มากเกินไปกว่าภาคดนตรีโดยรวมที่แต่งขึ้นมา ส่วนเสียงร้องของโทบี้คงจะบอกได้ว่านุ่มนวลกว่าชุดก่อนมากเช่นกัน
ในชุดนี้ ผมอยากจะบอกจริงๆเลยว่า เพลงเด่นทุกเพลงครับ แต่ต้องใช้เวลาค้นหา เพราะงานนี้เป็นงานอวองการ์ด "พร็อก" ที่มีความละเมียดละไมกว่าชุดที่แล้วโขเลย คราวนี้พวกเขาทั้งคู่เริ่มเอนเอียงไปทางคลา่สสิกมากขึ้น ทำให้ดนตรีของวงถูกจัดไปอยู่ในหมวดนีโอคลาสสิกด้วย มีแจ๊สบ้างเล็กน้อย และอีกอย่างที่เพิ่มเข้ามาคืือความเป็นโปรเกรสสีฟร็อค ดนตรีในชุดนี้บางเพลงอาจจะทำให้นึกถึง Pink Floyd ผสม Emerson, Lake & Palmer บ้าง คงจะต้องให้เครดิตกับนักดนตรีทุกๆคนที่สร้างสรรค์ดนตรีในชุดนี้ให้มีเอกลักษณ์ แต่ี้อาจจะไม่มีความเป็นเมทัลมากนัก ส่วนสำหรับใครที่เป็นแฟนคลับของมิอะจัง มือไวโอลินสาวของวงนี้ เธอเข็นอัลบั้มใหม่ที่ออกกับ Gregor Samsa ออกมาแล้ว อย่างไรก็ลองติดตามกันดูครับ ส่วนชุดหน้าของวง จะเป็นอย่างไรนั้นเราคงต้องรอกันต่อไปละ