
1. The Art of Loss
2. In the End
3. Now or Never
4. When You Hurt Me the Most
5. Run Away
6. Games We Play
7. This Endless Night
8. My Leader
9. Burn My Pain
10. Let Me In
11. Street Spirit
12. A Part of You
13. All I Know
14. Far and Apart (Bonus)
ผมได้ข่าวมาตั้งแต่ประมาณปลายไตรมาสแรกว่า Stream of Passion วงดนตรีครึ่งดัตช์-เม็กซิกัน (จริงๆไม่น่าจะครึ่งเท่าไหร่นักหรอกฮะ เพราะมีแค่นักร้องนำที่เป็นคนเม็กซิกันอยู่คนเดียว) จะย้ายจากสังกัดโปรเกรสสีฟตัวพ่ออย่าง InsideOut ไปอยู่กับ Napalm Records เป็นสังกัดของวงเมทัลจากฝั่งยุโรปหลายๆวง อาทิ Alestorm, Serenity และ Hollenthon เป็นต้น และพวกเขาก็เพิ่งจะออกอัลบั้มชุดที่สองนี้เมื่อปลายเดือน พ.ค. ที่ผ่านมานี้เอง โดยชุดนี้มีความเปลี่ยนแปลงด้ายสมาชิกไปพอสมควรทีเดียว เนื่องจากสมาชิกจากชุดแรกออกไปเสียเกือบหมดเลย ทั้งมือกีต้าร์สาวฝีมือดีอย่างลอริ และมือกลอง รวมถึงท่านแม่ทัพอาร์เยน ลูคัสเซนด้วย ซึ่งคนที่ก่อตั้งวงนี้ขึ้นมาก็คือท่านโยดาร่างโย่ง (อาร์เยน) ผู้นี้นั่นเอง เนื่องจากในช่วงนั้นมาร์เซลา โบวิโอได้มาร่วมร้องในบทนางเอกในงานของ Ayreon ด้วย โดยประกบคู่กับน้าเจมส์ ลาบรีแห่ง Dream Theater ในอัลบั้ม Human Aquation ท่านโยดาจึงทำวงนี้เพื่อให้มาร์เซลาได้แสดงความสามารถทางดนตรีอย่างเต็มที่ แต่ดูท่าปีนี้พวกเขาและเธอจะมีคู่แข่งเพิ่มขึ้นมาอีกสองวงคือ Delain วงเพื่อนบ้านและก็วงหน้าใหม่อย่าง Witchbreed ที่แหกคอกด้วยเสียงร้องที่ดุดันและทรงพลังบวกกับภาคดนตรีที่เข้มข้น เอาละครับ หลังจากเกริ่นนำกันเสียยาว เรามาดูรายละเอียดในอัลบั้ม The Flame Within กันต่อดีกว่า
คำถามแรกที่ผมคิดไว้ก่อนฟังงานชุดนี้ก็คือ ตอนนี้อาร์เยนไม่ได้อยู่ในวงแล้ว พวกเขาจะสามารถไปได้แค่ไหนกัน แต่พอเริ่มฟังงานชุดนี้เท่านั้นละครับ ทำให้ต้องอึ้งไปในทันที กับภาคดนตรีที่หนักแน่นและมีรายละเอียดมากจนงานชุดแรกต้องชิดซ้ายเลยทีเดียว คาดว่าคงจะเป็นเพราะพวกเขามีอิสระที่จะทำเพลงกันมากขึ้น หลังจากอยู่ในคาถาของอาร์เยนมานาน ขนาดแกยังบอกงานนี้ทางวงทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมโดยที่ไม่ต้องพึ่งพาแกด้วย แสดงว่างานชุดนี้ต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน และในชุดนี้ก็มีเพลงคัฟเวอร์อยู่หนึ่งเพลง คือ Street Spirit ซึ่งพวกเขาทำได้ฉีกแนวไปจากต้นฉบับของ Radiohead อยู่มากพอสมควร เรียกว่าพวกเขาก็ใส่เอกลักษณ์เข้าไปในตัวเพลงอย่างเต็มที่เลยทีเดียวละ
สำหรับภาคกีต้าร์นี้บอกได้คำเดียวว่าหนักแน่นมาก ริฟแต่ละลูกที่เล่นออกมาช่างดุดันเหลือเกิน และดูชุดนี้จะเน้นริฟกันมากเป็นพิเศษ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับตัวดนตรีที่พลิ้วไหวของวง และก็ไม่วายจะมีโซโลสวยๆให้ได้ยินกันบ้าง สำหรับภาคที่ให้อารมณ์อ่อนไหวในชุดนี้ก็คงจะเป็นเปียโนกับเหล่าเครื่องสายนี่แล เปียโนมีบทบาททั้งในการสร้างเมโลดี้และเดินทางคอร์ดได้อย่างไพเราะโดยจะประกบคู่กับริฟกีต้าร์ที่ดุดัน และภาคริทึ่มอย่างเบสและกลองก็ให้สุ้มเสียงที่หนักแน่นจนน่ากลัวทีเดียว การเหยียบกระเดื่องก็ให้เสียงเบสดรัมที่ชัดเจนมาก ส่วนเบสนั้นก็ให้เสียงที่หนาขึ้นกว่าเดิมเช่นกัน แต่ไม่ว่าเพลงจะมีความดุดันอย่างไรก็ตามก็ยังแฝงไปด้วยความไพเราะในทุกบทเพลง เสียงร้องของมาร์เซลาก็มีพัฒนาการมากขึ้นเช่นกัน เธอเริ่มใช้เสียงร้องที่หลากหลายมากขึ้น ในบางช่วนที่ดุดันเธอก็ขับร้องออกมาได้อย่างน่าขนลุกเลยทีเดียวละ เรียกได้ว่า งานชุดนี้คุณเธอจะได้ใช้พลังเสียงมากขึ้นอย่างแน่นอน
สำหรับเพลงเด่นในชุดนี้ผมยกให้ Games We Play นี่ละหนึ่งเพลง ด้วยความที่ภาคดนตรีมีความดุเดือดที่สุดในอัลบั้มนี้ แต่ดุเดือดนี่ไม่ได้สักแต่ว่าจะดุอย่างเดียวนะครับ แต่ยังแฝงไปด้วยความไพเราะจากเปียโนและเสียงร้องของเจ๊มาร์เซลาด้วย สิ่งที่ผมชอบในเพลงนี้คือ “เบสดรัม” เนื่องจากคุณมือกลองท่านเหยียบกระเดื่องได้อย่างหนักแน่นชัดเจนมาก ส่วนเพลงช้าที่โดดเด่นที่สุดก็คงจะเป็น Street Spirit ที่ทำแบบฉีกแนวไปจาก Radiohead มากพอสมควร ด้วยเสียงร้องที่เค้นอารมณ์ของมาร์เซลา และริฟที่แข็งแกร่ง ทำให้เพลงนี้ดูเป็นความแตกต่างที่ลงตัว
สรุปกันสั้นๆเลยละกันครับ ความจริงผมไม่อยากให้ Stream of Passion ไปอยู่ในกลุ่มของกอธิคเมทัลเลย แต่อยากจะเรียกงานชุดนี้ว่าเป็นซิมโฟนิกอาร์ตเมทัลมากกว่าเสียอีก แต่งานเพียงสองชุดอาจจะยังบอกไม่ได้ว่างานนี้จะเป็นมาสเตอร์พีซได้หรือไม่ เราคงต้องติดตามดูงานต่อๆไปละว่าจะเป็นอย่างไร