2010/Mar/28



Members
Zaher Zorgatti - Vocals
Elyes Bouchoucha - Keyboards, Vocals
Malek BenArbia - Guitar
Anis Jouini - Bass
Saif Ouhibi - Drums

ต่อไปนี้ นอกจากอเมริกา ยุโรป และเอเชีย-โอเชียเนีย ที่มีวงที่โดดเด่นในสาขาโปรเกรสสีฟร็อคแล้ว คงต้องเพิ่มวงที่มาจากฝั่งแอฟริกาอีกสักวงก็คือ
Myrath จากประเทศตูนิเซีย แม้ในข้อมูลจริงๆจะบอกว่าวงนี้ก่อตั้งในปี 2006 แต่อันที่จริงแล้วต้องย้อนไปถึงปี 2001 ซึ่งตอนนั้นพวกเขายังใช้ชื่อวงว่า Xtazy อยู่ โดยตอนนั้นเองพวกเขาก็ยังเล่นบลูส์ เฮฟวี่เมทัลและเดธเมทัล จนภายหลังมาลงตัวที่สุดที่โปรเกรสสีฟเมทัล และวงที่เป็นอิทธิพลให้กับพวกเขามากที่สุดก็เป็นวงชื่อดังที่คุ้นเคยกันดีอย่าง Symphony X และมาจนถึงขณะนี้พวกเขาก็ออกผลงานมาแล้วสามชุดด้วยกันคือ Double Face (2005) ในฐานะ Xtazy และอีกสองชุดหลังเปลี่ยนชื่อมาเป็น Myrath แล้วคือ Hope (2007) และ Desert Call ที่เพิ่งออกมาเมื่อ 25 ม.ค. ที่ผ่านมา (พร้อมๆกับ Ihsahn และ Aspera) โดยถือเป็นชุดแรกที่ได้มาอยู่ในสังกัดโปรเกรสสีฟเมทัลอย่าง Nightmare Records



1. Forever and a Day
2. Tempest of Sorrows
3. Desert Call
4. Madness
5. Silent Cries
6. Memories
7. Ironic Destiny
8. No Turning Back
9. Empty World
10. Shockwave
11. Hard Times

ตั้งแต่ได้ฟังงานชุดก่อนเป็นครั้งแรกก็รู้สึกได้ว่าพวกเขาจะกลายเป็นวงที่น่าจับตามองอีกแน่นอน เพราะพวกเขาได้นำดนตรีพื้นเมืองและกลิ่นอายของอาหรับมาผสมผสานเข้ากับภาคดนตรีด้วย แม้จะไม่ได้เข้มข้นมากเท่ากับ
Orphaned Land ก็ตาม ด้วยความที่พวกเขาจะเน้นความเป็นโปรเกรสสีฟเมทัลเสียมากกว่านั่นเอง และเท่าที่ฟังมาในชุดนี้ของพวกเขาเหมือนจะเอาจะเน้นเมโลดี้มากกว่างานก่อน และในบางช่วงพวกเขาก็มีกลิ่นอายของ Symphony X ซึ่งเป็นวงโปรดของพวกเขาอยู่ด้วย แต่สิ่งที่วงจากอเมริกาและยุโรปไม่มีก็คือ สำเนียงแขก ที่พวกเขานำมาใช้ในแต่ละเพลง (แม้แต่เสียงร้องก็ไม่เว้น) ซึ่งจะทำให้พวกเขามีความโดดเด่นขึ้นมา

ภาคดนตรีของพวกเขาในชุดนี้พัฒนาซาวด์ขึ้นมาจากชุดก่อนในทุกๆด้าน ทำเครื่องดนตรีทุกชิ้นรวมทั้งเสียงร้องมีบทบาทมากขึ้นด้วย กีต้าร์นั้นแต่เดิมก็เล่นริฟได้แข็งแรงอยู่แล้ว พอมาชุดนี้ก็เริ่มใส่ความซับซ้อนเข้าไปอีกนิดหน่อย พร้อมด้วยซาวด์ที่แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมสมกับที่ได้มาออกอัลบั้มกับ
Nightmare Records จริงๆ ส่วนภาคลีดนั้นก็มีความโดดเด่นไม่แพ้กัน เมโลดี้ที่แข็งแกร่งแต่สวยงามก็มีโผล่มาให้ฟังกันตลอดอัลบั้ม ส่วนโซโลนั้นก็เรียกว่ารวดเร็วและดุเดือดใช้ได้ทีเดียว มาในส่วนของคีย์บอร์ดกันบ้าง งานนี้พี่แกสามารถดึงซาวด์แบบเปอร์เซียนมาใช้ในอัลบั้มได้มากพอสมควร ซึ่งก็ขับความโดดเด่นของภาคดนตรีออกมาให้เห็นเด่นชัด แต่บางช่วงที่เอาซาวด์แบบซิมโฟนิกมาใช้นี่รู้สึกได้ถึงอิทธิพลจาก Symphony X อย่างชัดเจนพอสมควร ส่วนซาวด์ที่ใช้เล่นลีดแม้จะไม่โดดเด่นมากเท่ากีต้าร์ แต่ก็สามารถประสานกันได้ดี พอถึงช่วงโซโลก็ทำได้โดดเด่นไม่แพ้กีต้าร์เช่นกัน ส่วนเบสนั้นก็สามารถโอบอุ้มกีต้าร์ได้ดีด้วยซาวด์ที่หนาและโดดเด่น แถมบางเพลงก็มีการโซโลด้วย ซึ่งก็เล่นโดดเด่นไม่น้อยทีเดียว ทางด้านกลองนั้นก็สามารถควบคุมจังหวะได้อย่างหนักแน่น และช่วงที่ต้องเล่น Oddtime ก็สามารถโชว์เทคนิคได้อย่างเหนือชั้นไม่แพ้วงรุ่นพี่วงอื่นๆ ส่วนเสียงร้องนำนั้นถือว่ามีพลังดีมาก และสามารถโหนเสียงสูงได้ดีอีกด้วย และยังมีการเอื้อนแบบแขกให้ได้ยินกันอีกด้วย ส่วนเครื่องดนตรีเสริมอื่นๆอย่างเครื่องสายกับเครื่องเคาะนั้นก็เล่นได้เข้ากับภาคดนตรีของวงดีแท้

งานชุดนี้จะมีเพลงเด่นๆอยู่มากพอสมควร ซึ่งเพลงเหล่านั้นก็คงจะตอบสนองรสนิยมของแต่ละคนได้เป็นอย่างดี อย่างถ้าใครชอบเพลงที่ดูเป็นเมทัลหน่อยก็จะมี Ironic Destiny ที่จะเน้นริฟที่แข็งแกร่งกับเสียงร้องประสานที่หนักแน่น และเพลงนี้ก็โดดเด่นในด้านการเหยียบกระเดื่องคู่ที่ให้เสียงคมชัดอีกด้วย ส่วน Silent Cries ก็จะเน้นงานฝีมือเต็มที่ เพราะเป็นเพลงที่ยาวที่สุดในอัลบั้ม แต่เพลงบัลลาดหนึ่งเดียวในชุดนี้อย่าง Memories ก็โดดเด่นไม่แพ้กัน เพลงนี้ถือเป็นเพลงที่โชว์ศักยภาพของนักร้องนำไปเต็มๆ ซึ่งเขาก็ทำได้ดีมากในจุดนี้

งานชุดนี้ถือว่า
Myrath หลุดจากอาถรรพ์เลขสองมาได้จริงๆ และจนถึงขณะนี้ ผมก็คิดว่าพวกเขาสามารถสร้างเอกลักษณ์ของตัวเองได้แล้ว แม้เพียงสองอัลบั้ม (ในชื่อวงนี้) อาจจะบอกอะไรไม่ได้มากนัก ผมคาดว่าพวกเขาจะสามารถพัฒนาผลงานไปได้อีกอย่างแน่นอน

ปล.
คุณผู้อ่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมของทางวงได้ที่นี่

edit @ 28 Mar 2010 11:09:28 by "Me"

Comment

Comment:

Tweet


#4 by (72.233.95.115|72.233.95.115) At 2015-03-17 11:37,
#3 by (37.239.46.50|37.239.46.50) At 2014-08-10 23:02,
#2 by (86.51.26.15|86.51.26.15) At 2014-07-01 06:39,
#1 by (182.19.75.89|178.63.0.194, 182.19.75.89) At 2014-06-30 00:04,