2012/Mar/09



1. Shining
2. Northern Lights
3. Icelight
4. Anesthetic Depth
5. Call from Eternity

ในช่วงสองสามปีนี้ คู่สามีภรรยาโดรนเมทัลจากแดนเมเปิลก็จะมีออกงานร่วมกับศิลปินอื่นๆในแนวไล่ๆกันบ้าง อย่างก่อนหน้านี้ทั้งคู่ก็ได้ออกงานร่วมกับ Troum และ Picastro มาแล้ว ซึ่งระหว่างนั้นเอเดน เบเกอร์ผู้เป็นสามีก็ขยันออกงานเดี่ยวมาให้ฟังกันจนตามไม่ทันเลยทีเดียว แค่ปีก่อนเขาก็ออกงานมาน่าจะห้าหรือหกอัลบั้มได้และปีนี้ก็มีออกมาราวๆอีกสองสามชุด และเมื่อไม่นานมานี้พวกเขาและเธอก็ได้ออกงานร่วมกับโลว์โปรไฟล์ซูเปอร์กรุ๊ปจากญี่ปุ่นอย่าง Vampillia ซึ่งก็เป็นช่วงที่พวกเขาและเธอออกทัวร์ที่ญี่ปุ่นพอดี ทางด้าน Vampillia นั้นล่าสุดก็มีผลงานโดรนเมทัลร่วมกับ Inswarm (อินดัสเตรียลโดรนดูมดูโอ) Jarboe (ex-Swans) และ Merzbow มา ทำให้ทั้งสองวงนี้แลจะมีเคมีที่ลงตัวเป็นพิเศษ

โปรดักชั่นของตัวอัลบั้มจะเป็นหน้าที่ของทั้งสองวงโดยมีคาชิวะ ไดสุเกะ (ศิลปินคลาสสิคัลร่วมสมัยจากฟุกุโอกะ – ผู้เขียน) เป็นผู้รับผิดชอบในการมาสเตอริ่ง ทำให้งานดนตรีในชุดนี้เป็นงานที่สามารถดึงศักยภาพของทั้งสองวงมาใช้ได้อย่างเต็มเปี่ยม โดย Nadja ก็ยังจะเน้นโดรนเมทัลเป็นภาครึทึ่ม ซึ่งก็ยังคงความหนักหน่วงเป็นมาตรฐานเหมือนเดิม ซึ่งพวกเขาและเธอเล่นแบบเปิดพื้นที่ให้ Vampillia ได้ปล่อยของอย่างเต็มที่ด้วยเช่นกัน เนื่องด้วยเมโลดี้และทำนองสอดประสานจะไปอยู่กับวงหลังเสียมากกว่า โดยเฉพาะในส่วนของเปียโนและเสียงสำรอกที่เกรี้ยวกราด ท่วงทำนองที่หม่นหมองเปล่าเปลี่ยวเริ่มจะกลายเป็นจุดขายของ Vampillia ตั้งแต่เมื่อปีก่อนที่พวกเขาทำ Alchemic Heart ออกมา แต่ในตอนนี้ผมรู้สึกทึ่งตรงที่ไลน์เปียโนเหงาๆแบบนี้ยังสามารถผสมกับภาคริทึ่มแบบโดรนเมทัลได้อย่างเข้ากัน

การเรียบเรียงเพลงในอัลบั้มก็ถือเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ตัวงานออกมามีความลงตัวมากขึ้น เริ่มจาก Shining ที่เน้นเปียโนที่หงอยเหงาเป็นอินโทรที่ขมไม่เหมือนชื่อแต่ก็งดงาม ต่อกับ Northern Lights ที่เริ่มจะมีเครื่องดนตรีเข้ามามากขึ้น เริ่มจากกีต้าร์นำร่องและเปียโนก็เริ่มสร้างเมโลดี้ที่ซับซ้อนมากขึ้น สลับกับท่อนหนักที่ Nadja ใส่มาอย่างเต็มที่โดยควบคู่ไปกับเมโลดี้ของเปียโนด้วยแล้วค่อยมาผ่อนในช่วงท้ายเพลงเพื่อจะต่อยอดไปสู่เพลงถัดมาคือ Icelight ที่น่าจะเป็นเพลงศูนย์กลางของอัลบั้ม และเป็นเพลงที่ Nadja จะได้ปล่อยของอย่างเต็มที่ด้วยริฟฟ์ที่แตกพร่าและหนักหน่วงและจังหวะจะโคนที่คืบคลานไปอย่างช้าๆแต่มั่นคง เสียงสำรอกที่เหี้ยมเกรียมจากฝั่ง Vampillia ก็จะได้ใช้งานกันด้วย ทำให้เพลงนี้แทบจะกลายเป็นฟิวเนรัลดูมไปเลยทีเดียว แต่ในครึ่งเพลงหลังเปียโนเริ่มจะมามีบทบาทมากขึ้น และเริ่มจะเข้าสู่จุดพีคของเพลงแล้วค่อยผ่อนเบาลงจนจบ ทางด้าน Anesthetic Depth ก็จะเน้นบรรยากาศที่ล่องลอยและมืดหม่นโดยจะใช้ Soundscapes จากกีต้าร์เป็นหลักแล้วจึงค่อยๆเร่งอารมณ์ไปถึงจุดพีคอีกครั้งแบบ Crescendo (การค่อยๆเพิ่มเสียงจากเบาไปหาดัง-ผู้เขียน) จนจบแล้วปิดอัลบั้มด้วย Call From Eternity กับเปียโนเหงาๆเช่นเดิม

การทำงานร่วมกันของศิลปินหัวกะทิจากสองทวีปในคราวนี้ ถือเป็นการผสมเคมีที่ลงตัวที่สุดชุดหนึ่ง ซึ่งผมเองก็ไม่คิดว่าทำนองที่หวานปนขมจะมาผสมเข้ากับจังหวะจะโคนที่ช้าแต่หนักหน่วงแบบโดรนเมทัลแบบนี้ได้ สิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือการเรียบเรียงเพลงที่ไหลลื่นจึงทำให้ตัวงานนั้นมีความโดดเด่นขึ้นไปอีก และงานชุดนี้จึงถือเป็นมิติใหม่จากการผสมผสานที่ไม่อาจมองข้ามไปได้เลยแม้แต่น้อย

Comment

Comment:

Tweet