2012/Jun/01



1. Intro to the Journey
2. Dust Storm in the Grassless Field
3. Sparkling Mountain
4. Way to the Atmosphere
5. Compass
6. Devil Sign
7. Sparkling Mountain (Demo)
8. Compass (Acoustic)

วงเมทัลในเมืองไทยนั้นจะมีอัตราส่วนไปทางสายหนักค่อนข้างมากโดยเฉพาะเดธ แบล็ค และแธรช ซึ่งน่าจะเป็นของคู่กันไปแล้วในขณะนี้ แต่ปัจจุบันก็เริ่มมีเมทัลคอร์/เดธคอร์ที่เริ่มบูมขึ้นมาเรื่อยๆ แต่ทางโปรเกรสสีฟนั้นค่อนข้างเงียบเหงาพอสมควร เท่าที่เห็นในตอนนี้ก็มีอยู่เพียงสองวงเท่านั้นคือวงจากแดนใต้อย่าง Amata และอีกวงหนึ่งจากแดนเหนือที่ผมกำลังจะพูดถึงต่อไปนี้อย่าง Lucid Dream Syndrome

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ผมก็ได้นัดเจอกับสมาชิกวงทั้งสามพร้อมๆกับทีมงานของ Into the Pit ด้วย คุยไปคุยมาเราก็ทราบว่า บิล มือคีย์บอร์ดของวงกำลังจะไปเรียนต่อที่อเมริกาในช่วงต้นเดือนนี้ หลังอัลบั้มเต็มชุดนี้เสร็จสมบูรณ์แล้วพวกเขาอาจต้องพักวงไปอีกนานทีเดียว ซึ่งผมเชื่อว่าผลงานชุดนี้น่าจะสร้างความทรงจำดีๆให้กับวงได้อย่างแน่นอน

งานชุดนี้เป็นงานบรรเลงโปรเกรสสีฟร็อค/เมทัลที่ได้รับอิทธิพลหลากหลาย แต่จะชัดหน่อยก็น่าจะเป็น Dream Theater ในด้านดนตรีโดยรวม และงานเดี่ยวของน้ารูเดส ในแง่ของเสียงคีย์บอร์ดที่บิลใช้ รวมถึงหลายๆท่อนโซโลก็ดูจะมีอิทธิพลมาจากแกอยู่มากทีเดียว โดยทั้งหมดนี้จะไม่นับ Compass ซึ่งเป็นเพลงร้องช้าๆเพราะๆเพียงเพลงเดียว (แต่มีสองเวอร์ชั่น) ส่วนเรื่องฝีมือของสมาชิกแต่ละคนนั้นก็ไม่ต้องพูดถึงกัน เพราะแต่ละคนต้องใช้เวลาฝึกกันมานานแน่นอน และการจะทำผลงานให้ได้ระดับนี้ก็ต้องอาศัยทีมเวิร์คด้วยเช่นกัน ส่วนเรื่องโปรดักชั่นนั้นทางวงเองก็ใส่ใจรายละเอียดดีมากทั้งในส่วนของแพ็คเกจและสุ้มเสียงที่ออกมา ซึ่งผลที่ออกมาคือการได้สุ้มเสียงที่ชัดเจนเต็มเม็ดเต็มหน่วยดั่งเช่นที่กำลังฟังอยู่ในขณะนี้

การเรียบเรียงเพลงของพวกเขาก็ทำออกมาได้อย่างไหลลื่นชวนติดตาม เพราะภาคดนตรีของพวกเขาจะเปลี่ยนอารมณ์ไปเรื่อยๆไปตามแต่ละเพลง โดยทางวงได้เล่าว่าคอนเซ็ปต์ที่วางไว้นั้นจะคล้ายๆการผจญภัยโดยจะต้องผ่านที่ละด่านไปยังจุดสูงสุดให้ได้โดยมีเข็มทิศคอยช่วยเหลือ (ซึ่งก็คือแทร็คสุดท้ายของอัลบั้มนั่นเอง) เริ่มจากลำนำสู่การเดินทางที่ยิ่งใหญ่ ต่อด้วยซิงเกิ้ลอย่าง Dust Storm in the Grassless Field ซึ่งมีอิทธิพลของดนตรีเปอร์เซียนมาผสมอย่างที่ Dream Theater เคยใช้ในเพลง Home (Scenes from a Memory) และ Bridges in the Sky (A Dramatic Turn of Events) สิ่งที่ผมคาใจคือเสียงคลิกตอนจบเพลง ซึ่งไม่แน่ใจว่าเป็นการกดหยุดหลังจากอัดเสียงจบรึเปล่า ตรงนี้คงต้องขอให้ทางวงอธิบายหน่อย ต่อกับ Sparkling Mountain ซึ่งก็น่าจะเป็นเหมือนอยู่ในด่านไต่เขาที่สูงชันอยู่ ซึ่งเพลงนี้ก็น่าจะได้อิทธิพลจากงานเดี่ยวของน้ารูเดสค่อนข้างชัดเจนทีเดียว ซึ่งแม้แต่น้าแกก็ยังชื่นชมเพลงนี้ตั้งแต่พวกเขาทำออกมาใหม่ๆ (ลองฟังเดโมเวอร์ชั่นได้) โดยขณะนั้นทางวงยังไม่มีชื่อและ โบ๊ท (กีต้าร์) ก็ยังไม่ได้เข้าวงอย่างในปัจจุบัน ทางด้าน Way to the Atmosphere พวกเขาตั้งใจจะทำให้ดูเป็นอีปิกและพีคที่สุด ซึ่งก็ทำได้จริงๆ และทางวงเองก็บอกว่าเพลงนี้น่าจะดูเป็นเมทัลที่สุดเท่าที่ทำออกมาแล้ว โดยเฉพาะช่วงท้ายๆที่เล่นกันได้อย่างดุเดือด ส่วน Compass นั้นจะเป็นเพลงโชว์เสียงร้องนำหญิงเพราะๆ แต่ไม่รู้ทำไม ผมกลับชอบเวอร์ชั่นอะคูสติกที่เป็นนักร้องชาย (ซึ่งเล่นเบสด้วยในทุกๆแทร็ค) มากกว่า คงเพราะเสียงร้องที่ทอดอารมณ์ได้ดีกว่าและความที่เป็นอะคูสติกซึ่งมีความลงตัวกว่าอีกด้วย (แต่ตอนจบแอบฮา...)

อัลบั้มแรกนี้ผมอาจจะบอกได้ว่าพวกเขาเปิดตัวได้อย่างสวยงามทีเดียว เพราะความใส่ใจรายละเอียดในทุกด้านและพวกเขาก็ปล่อยของกันอย่างเต็มที่ ทำให้งานชุดนี้มีความน่าสนใจขึ้นเรื่อยๆ และพวกเขายังสามารถพัฒนาไปได้อีกไกล แต่ก็รู้สึกเสียดายที่ต้องพักวงเพื่อไปเรียนต่อ ผมเชื่อว่าหากพวกเขากลับมาพวกเขาต้องมีอะไรใหม่ๆมาให้ฟังกันแน่ๆ

Rating: 8.5/10

Comment

Comment:

Tweet