2012/Jun/06



1. Overture (Part 1)
2. Overture (Part 2)
3. Salvation
4. The Rapture
5. Cry Song
6. Falling Away & Rise of the Beast
7. Harmagedon
8. New Jerusalem

Limited Edition Bonus Tracks
9. Harmagedon (Acoustic)
10. New Jerusalem (Acoustic)

ดูเหมือนว่ากิจกรรมการรวมดาราของศิลปินในสาขาโปรเกรสสีฟเมทัลดูจะเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้ว และนี่ก็คือซูเปอร์กรุ๊ปอีกหนึ่งวงที่รวมดารามาจากหลายชาติ เริ่มจากนักร้องนำ เท็ด เลโอนาร์ด ซึ่งตอนนี้กลายเป็นนักร้องใหม่ของ Spock’s Beard ไปแล้ว (คงจะทำควบกับ Enchant ด้วยกระมังเพราะตอนนี้ได้ข่าวว่าทาง Enchant จะออกงานใหม่ในช่วงปลายปีนี้ด้วย) คอลลิน เลย์นาร์ มือกลองชาวดัตช์ประจำตัวน้านีล มอร์ส ซึ่งก็ยินดีกับเขาด้วยที่จะได้มีวงเล่นเองเสียที ทางด้านเบสนั้นก็ได้ไมค์ เลอพอนด์จาก Symphony X มาประจำการ ส่วนมือกีต้าร์นั้นก็น่าจะเป็นออริจินัลเมมเบอร์ของวงซึ่งก็คือ แดเนียล ฟรีส จากเยอรมนี (อารมณ์เดียวกับเดมี สกอตต์ที่อยู่ The Shadow Theory นี่เอง)

แค่อัลบั้มแรกพวกเขาก็เปิดตัวอย่างไม่ธรรมดาเสียแล้ว เพราะทางวงก็ได้มือคีย์บอร์ดระดับเวิลด์คลาสถึงสี่คนมาร่วมบรรเลงด้วย โดยจะประกอบอเล็กซ์ อาร์เจนโต, น้านีล, ดิเรก ช่างนวลเนียน เอ้ย เชอริเนียน และสุดท้ายคงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากน้ารูเดสนั่นเอง และด้วยความที่มือคีย์บอร์ดแต่ละคนนั้นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่างกัน ทำให้อารมณ์เพลงออกมาค่อนข้างแตกต่าง ซึ่งก็คงต้องฟังกันเป็นเพลงๆไปว่าเพลงไหนใครเล่น โดยเฉพาะในช่วงโซโล จะสามารถสังเกตได้ชัดเจนที่สุด

งานชุดนี้เหมือนเป็นการรวมเหล่าพระรองมาปล่อยของ เพราะตอนที่คอลลินเล่นให้กับน้านีลก็ดูจะไม่เต็มที่แบบนี้ เพราะเขาเล่นให้เฉพาะช่วงทัวร์และไลน์กลองที่เล่นก็เป็นของเฮียพอร์ตนอยเสียด้วย ส่วนไมค์ตอนที่อยู่ Symphony X ก็ไม่ได้โดดเด่นเช่นกัน ทางด้านเท็ดเองก็ว่างเว้นจากการทำเพลงมานานจนกระทั่งได้มาเป็นสมาชิกใหม่ของ Spock’s Beard และกำลังซุ่มทำงานใหม่ของ Enchant อยู่นี่เอง แถมโปรดักชั่นของชุดนี้ก็อยู่ในระดับที่ดีมากทีเดียว คือสามารถฟังเครื่องดนตรีทุกชิ้นได้อย่างชัดเจนทุกเม็ดจริงๆ รวมถึงการเรียบเรียงก็ค่อนข้างเนียนด้วย

ภาคกีต้าร์ของแดเนียลนั้นดูแล้วน่าจะได้รับอิทธิพลจากวงรุ่นพี่ๆมามากทีเดียว แต่เขาก็ทำได้อย่างโดดเด่นไม่น้อย และก็ตามสูตรของโปรเกรสสีฟเมทัล ก็คือท่อนริฟฟ์หนักแน่นแข็งแรง ท่อนลีด/โซโลซับซ้อนและหวือหวา แต่ด้วยความที่ตัวงานค่อนข้างเน้นเมโลดี้พอสมควร จึงพอจะได้เห็นอะไรเพราะๆงามๆบ้าง ทางด้านเบสของไมค์ในวงนี้ ผมว่าเขาเล่นได้โดดเด่นกว่าตอนเล่นกับ Symphony X เสียอีก สุ้มเสียงหนาแน่นเด่นชัด แถมยังมีลูกตอดลูกโซโลที่ไม่ค่อยจะมีให้ได้ยินมากนักตอนอยู่วงนั้นด้วย ทางด้านกลองของคอลลินนั้นไม่ว่าจะฟังเพลงไหนก็จะมีกลิ่นอายของเฮียพอร์ตนอยตามไปด้วยเสมอ แถมสุ้มเสียงก็มีความใกล้เคียงกับเฮียแกตอนอยู่ Dream Theater เสียด้วยสิ เพียงแต่อาจจะไม่เน้นเทคนิคเท่าก็เท่านั้นเอง ทางด้านมือคีย์บอร์ดรับเชิญทั้งสี่ก็ทำหน้าที่กันได้ดีมากอยู่แล้ว แต่เท่าที่ผมได้ยินมาดูโซโลของคุณดิเรกอาจจะโดดเด่นเกินท่านอื่นๆเสียหน่อย ส่วนซาวด์พื้นหลังที่คล้ายๆออร์แกนก็น่าจะเป็นของน้านีล และอีกหนึ่งโซโลที่โดดเด่นก็น่าจะเป็นของน้ารูเดส ถึงแม้แกจะเล่นเพียงเพลงเดียวก็ตาม ทางด้านการร้องของนั้นเท็ด แม้ดนตรีอาจจะหนักขึ้นจากงานที่ตัวเองเคยทำมานิดหน่อย เขาก็ร้องได้อย่างไม่มีปัญหาอะไร (เคยร้องกับ Thought Chamber มาด้วย) และเสียงร้องของเขานี่แหละจะทำให้ตัวเพลงดูผ่อนคลายยิ่งขึ้น

เพลงที่เป็น First Impression ของผมในชุดนี้ก็คือไตเติลแทร็คโดยที่ท่าน บ.ก. Praphon ได้เอาข่าวคราวของวงนี้มาแปะไว้ ซึ่งก็มีเพลงนี้ให้ลองฟังกันด้วย โดยตัวเพลงนั้นจะเน้นจังหวะที่รวดเร็วแบบเพาเวอร์เมทัลผสมกับท่อนผ่อนที่โชว์เสียงร้องประสานเพราะๆ ผมเลยทึกทักไปเองก่อนว่างานชุดนี้น่าจะเป็นโปรเกรสสีฟเพาเวอร์เมทัลแน่เลย แต่พอฟังทั้งชุดจริงๆแต่ละเพลงก็ไม่ได้เน้นอะไรที่เป็นเพาเวอร์มากนัก อย่าง New Jerusalem นั้นก็จะเป็นเพลงช้าเน้นความหนักแน่นทรงพลังและโซโลจัดจ้าน โดยเฉพาะกีต้าร์ต้องบอกว่าทั้งซาวด์และวิธีการโซโลนั้นเหมือนถอดแบบมาจากเฮียเปตรุชชี่เลยละ และเขาก็ทำได้ดีมากเสียด้วย และตอนจบก็จบได้สวยด้วยเสียงเครื่องสาย และถ้าใครได้เป็น Limited Edition ก็จะมีสองเพลงนี้เป็นเวอร์ชั่นอะคูสติกแถมมาด้วย โดยไตเติลแทร็คในเวอร์ชั่นนี้ก็ทำได้นุ่มนวลและให้ความรู้สึกอลังการนิดๆด้วยเครื่องสายกับเสียงร้องประสานที่ค่อนข้างโดดเด่น ส่วน New Jerusalem นั้นค่อนข้างเรียบง่ายเพราะมีกีต้าร์กับเสียงร้องเท่านั้นเอง อีกหนึ่งที่เด็ดก็น่าจะเป็นอินโทรสองแทร็คแรกซึ่งทำต่อกันได้อย่างไหลลื่น และถือเป็นการแสดงฝีมือของนักดนตรีก่อนด้วย โดยอินโทรแรกนั้นเปิดตัวได้อย่างอลังการและหลังจากนั้นเครื่องดนตรีก็จะขึ้นมาทั้งหมดในแทร็คสอง ตอนนี้ละครับที่นักดนตรีจะได้โชว์ฝีมือกันเต็มที่ ใครมีอะไรก็ปล่อยมาให้หมด แม้แต่นักดนตรีรับเชิญเองก็เถอะ

งานชุดนี้ถือเป็นการเปิดตัวที่สมบูรณ์แบบ โดยนักดนตรีทุกคนในวง รวมถึงนักดนตรีรับเชิญมาปล่อยของกันแบบไม่มีกั๊ก และผมคิดว่าน่าจะเรียกว่าเข้าใกล้ระดับมาสเตอร์ในสาขาโปรเกรสสีฟเมทัลได้แล้ว แต่นี่เป็นเพียงชุดแรกเท่านั้น พวกเขาจะมีอะไรมานำเสนออีกนั้นคงต้องติดตามตอนต่อไป

Rating: 9/10

Comment

Comment:

Tweet