2012/Jun/08



Disc 1
1. The New Real
2. Pink Beatles in a Purple Zeppelin
3. Parental Procreation Permit
4. When I’m a Hundred Sixty-Four
5. E-Police
6. Don’t Switch Me Off
7. Dr. Slumber’s Eternity Home
8. Yellowstone Memorial Day
9. Where Pigs Fly
10. Lost in the New Real

Disc 2
1. Our Imperfect Race
2. Welcome to the Machine (Pink Floyd Cover)
3. So Is There No God?
4. Veteran of the Psychic Wars (Blue Oyster Cult Cover)
5. The Social Recluse
6. The Battle of Evermore (Led Zeppelin Cover)
7. The Space Hotel
8. Some Other Time (The Alan Parsons Project Cover)
9. You Have Entered the Reality Zone
10. I’m the Slime (Frank Zappa Cover)

ความจริงแล้ว Ayreon นั้นก็น่าจะเป็นโซโลโปรเจ็คของท่านโยดาโย่งหรืออาร์เยน ลูคัสเซน อยู่แล้ว เพียงแต่งานนั้นจะมีนักร้องดังๆมาร่วมลงแขกมากมายเต็มไปหมด ซึ่งตั้งแต่ละงานจาก Ayreon มา แกก็อยู่ในช่วงที่เรียกว่า มือตก เพราะพอทำ Guilt Machine ออกมาก็รู้สึกว่าแกเริ่มจะหมดมุขแต่งเพลงแล้ว (รึเปล่า) ล่าสุดแกเพิ่งจะคืนฟอร์มมาตอนที่ทำโปรเจ็ค Star One ที่เป็นผลงานกึ่งเพาเวอร์เมทัลที่ทรงพลัง (ซึ่งผมเองก็เคยรีวิวไว้แล้วในนิตยสาร Into the Pit เล่มแรกๆ) เมื่อทิ้งช่วงมาได้พักใหญ่ ท่านโยดาก็เริ่มออกปฏิบัติการพาท่องอวกาศกับงานชุดใหม่ซึ่งคราวนี้แกใช้ชื่อจริง โดยจะเป็นงานเดี่ยวชุดที่สองในรอบ 18 ปี โดยชุดแรกแกใช้เพียงชื่อกลาง (Anthony) ของตัวเองเท่านั้น

งานชุดนี้อาจจะไม่ได้ท่องอวกาศอย่างที่แกได้ทำไว้กับ Ayreon หรือ Star One ชุดแรก แต่คราวนี้แกจะพาท่องไปยังโลกอนาคตซึ่งมีความเปลี่ยนแปลงจากสิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบันมาก โดยเริ่มเรื่องจากนาย L (หรือท่านโยดา) ถูกชุบชีวิตให้คืนชีพขึ้นมาในยุคอนาคต ซึ่งเป็นยุคที่มีเทคโนโลยีทางการแพทย์ก้าวหน้ามากพอที่จะรักษาโรคของ L ผู้นี้ได้ แต่ตัวเองกลับพบว่าโลกเปลี่ยนไปมากจนไม่รู้ว่าอะไรจริงหรือไม่จริง โดยมีนักจิตวิทยาอย่างคุณหมอวอยท์ แคมฟ์ (รับบทโดยรุตเกอร์ เฮาเออร์ นักแสดงจากหนังเรื่องโปรดของท่านโยดาอย่าง Blade Runner) ที่จะมาช่วยเหลือตัวเอกในการปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยหลังจากอยู่ในสภาพแช่แข็งมานาน

ผมเห็นว่าบางเว็บไซต์จัดอัลบั้มคู่ชุดนี้อยู่ในหมวดหมู่ของไซคีเดลิก/โปรเกรสสีฟร็อค ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ แต่ผมคิดว่ามันก็คือโปรเกรสสีฟเมทัลเหมือนอย่างที่ท่านโยดาได้ทำไว้ใน Ayreon กับ Star One แต่อาจจะไม่หนักหน่วงเท่า จนบางครั้งผมก็แอบคิดว่าน่าจะเรียกว่าเฮฟวี่พร็อกน่าจะเหมาะที่สุด แม้จะมีความเป็นไซคีเดลิก/สเปซร็อคอยู่บ้างก็ตาม แถมนักดนตรีที่มาร่วมเล่นด้วยในคราวนี้ก็ยังคงเป็นทีมเดียวที่ทำใน Ayreon เพียงแต่ท่านโยดาจะเป็นคนร้องเองทั้งหมด ซึ่งเจ้าตัวกล่าวไว้ว่าด้วยวัยวุฒิที่มีมากขึ้นจึงเริ่มมีความมั่นใจมากขึ้นในการ้องเพลงเองด้วยเช่นกัน แม้ความจริงแกจะร้องได้ดีเท่านักร้องคนอื่นๆก็เถอะ ซึ่งแกเองก็พึ่งพาเอฟเฟกต์บ้าง เสียงประสานบ้าน เพื่อจะกลบจุดด้อยตรงนี้ไปแต่ก็ปิดไม่มิด

ภาคดนตรีนั้นดูจะไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงไปจากตอนที่ทำกับ Ayreon มากนัก เพียงแต่ใส่ความเป็นไซไฟมากขึ้นเท่านั้นเอง ทางด้านกีต้าร์นั้นก็เริ่มจะเน้นไปทางเมโลดี้มากขึ้นเพราะท่านโยดาของเราลดละเลิกเรื่องการโซโลไฟแลบไปเรียบร้อยแล้ว ส่วนที่เหลือนั้นอาจจะไม่ค่อยมีอะไรแปลกใหม่มากนัก ส่วนการเรียบเรียงนั้นแกก็ทำได้อย่างไหลลื่นเหมือนเคย แต่สิ่งที่ขาดหายไปก็คือการแสวงหาสิ่งใหม่ๆบ้าง เพราะแกเองก็ทำงานแบบนี้มานานเป็นสิบปีจนจนรู้สึกว่างานยุคหลังๆกลายเป็นดูน่าเบื่อไปเลย และชุดนี้ก็แสดงให้เห็นว่าเริ่มหมดมุขแล้วเช่นกันทั้งในแง่ของตัวเพลงและเนื้อหา

ก่อนอัลบั้มจะออก ท่านโยดาออกเทรเลอร์มาประมาณสามสี่เทรเลอร์ให้แฟนๆตื่นเต้นกันก่อนจะได้สัมผัสงานเต็ม ซึ่งหนึ่งในนั้นก็เป็นการทายเสียงพูดในเพลงด้วย ซึ่งเป็นเสียงของคุณลุงรุตเกอร์ที่เจ้าตัวชื่นชอบนั่นเอง แต่พอเพลงออกมากลับให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันมาก ก็คือช่วงแรกๆที่ฟังนั้นผมก็ยังรู้สึกดีอยู่ และพอฟังไปเรื่อยๆก็เริ่มง่วงจนสามารถนอนหลับไปได้ยาวจนอัลบั้มจบ (โดยยังไม่ทันจะจบแผ่นแรกด้วย)

สรุปแล้วท่านโยดาอาจจะทำได้ดีในส่วนของดนตรี แต่ด้วยความที่ตัวงานนั้นค่อนข้างซ้ำซากเลยกลับทำให้ดูน่าเบื่อมากกว่าน่าฟัง ประกอบงานชุดนี้ก็มีโทนจังหวะที่ค่อนข้างช้าเทิบแทบทั้งชุดอยู่แล้ว เหมือนเป็นการกินบุญเก่าที่สั่งสมมาเมื่อครั้งที่ทำ Ayreon ซึ่งในจุดนี้เอง ท่านโยดาอาจจะต้องไปหาแรงบันดาลใจใหม่ๆเพื่อให้สามารถทำเพลงออกมาได้น่าติดตามมากกว่าที่เป็นอยู่ในตอนนี้

Rating: 5/10

Comment

Comment:

Tweet