Innerlists

2011/Dec/22

1. Devin Townsend Project – Deconstruction/Ghost
เนื่องจากปีนี้พี่เหม่งเดวินออกถึงสองอัลบั้มในคราวเดียวกัน และถือเป็นสองชุดสุดท้ายในซีรี่ส์ DTP ที่มีแนวทางแตกต่างกันอย่างสุดขั้ว โดย Deconstruction นั้นจะเป็นโปรเกรสสีฟเมทัลที่สุดแสนจะบ้าพลังโดยมีออร์เคสตร้านับร้อยคอยหนุนหลัง ส่วน Ghost ก็จะเน้นแอมเบียนท์ที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย แต่ก็ไม่วายที่จะสอดแทรกความเป็นอะคูสติกไว้ด้วย ทั้งสองชุดนี้จะทำให้พี่เหม่งดูเป็น Perfectionist ไปในบัดดล ด้วยความที่ไม่แกจะทำอะไรหรือร่วมงานกับใคร แกก็เต็มที่กับงานนั้นมาก บวกกับพลังสร้างสรรค์ที่เปี่ยมล้น ฉะนั้นคำว่า “อัจฉริยะ” จึงน่าจะเหมาะกับแกดี

2. Opeth – Heritage
อัลบั้มนี้แม้จะฟังไม่บ่อยเท่าอัลบั้มอื่นๆในลิสต์ แต่ยิ่งฟังก็ยิ่งให้ความรู้สึกกลมกล่อม และงานชุดนี้ก็เป็นสัญญาณสู่การเดินทางครั้งใหม่ที่เกิดจากความหลงไหลในดนตรีย้อนยุคของไมเคล โอเกอร์เฟลต์ รวมถึงการเลิกสำรอกโดยถาวรของเขา แม้สิ่งนี้อาจจะสร้างความผิดหวังให้แกแฟนเก่าๆที่ชอบการสำรอกของเขามาแต่เดิม รวมถึงอิทธิพลจากยุค 70s ที่มีมากขึ้นในทุกอณูของดนตรี (ซึ่งเริ่มจะมีมาตั้งแต่ตอนทำ Watershed) คงน่าจะเรียกได้ว่าทางวงได้ทำให้ดนตรีในยุคนั้นให้กลับมามีความเข้มขลังขึ้นอีกครั้ง

3. Anthem – Heraldic Device
ความจริงผมรู้จักลุงๆกลุ่มนี้มาได้สักพักแล้ว (แม้จะช้าไปหลายปี) เนื่องจากลุงไอโซ ซาคาโมโตะซึ่งเป็นแกนนำของวงนั้นก็เป็นนักร้องนำของวงอนิเมในตำนานอย่าง Animetal ด้วย สิ่งที่ทำให้ประทับใจในอัลบั้มก็คือ ภาคดนตรีที่เร้าใจชนิดทางวงลืมความแก่กันไปเลย ด้วยดนตรีที่รวดเร็วและดุดันในแบบเพาเวอร์เมทัล ผสานกับฮาร์ดร็อคจากยุค 80s ในบางโอกาส และลุงไอโซก็ร้องได้ทรงพลังเหมือนเคย เพลงที่ผมชอบเป็นพิเศษในชุดนี้ก็เห็นจะเป็น Code of the Silence ซึ่งเป็นบรรเลงเพียงหนึ่งเดียวของอัลบั้ม ที่มีเมโลดี้ชวนฮึกเหิม และช่วงโซโลก็ทรงพลังไม่แพ้กัน พวกเขา “แก่แล้วแต่ยังไม่หมดไฟ” จริงๆ

4. Fleshgod Apocalypse – Agony
“Beauty & Brutality” (เท่านี้น่าจะพอแล้ว...)

5. Obscure Sphinx - Anaesthetic Inhalation Ritual
จากการค้นหาวงโพสร็อค/โพสเมทัลหน้าใหม่ๆตามเว็บ Bandcamp หรือตามแหล่งต่างๆที่ศิลปินเอาเพลงมาให้ฟังกันฟรีๆ (เนื่องด้วยในปีนี้ผมฟังแนวนี้ค่อนข้างมากเป็นพิเศษ) วงนี้ถือเป็นวงหนึ่งที่ทำงานออกมาได้ดีทีเดียว ด้วยสุ้มเสียงที่หนักแน่นบวกกับเมโลดี้ที่เรียบง่ายแต่ลงตัว รวมถึงนักร้องสาวที่สามารถร้องได้หลากหลายอารมณ์ โดยเธอคนนี้จะร้องเสียงสำรอกได้โดดเด่นเป็นพิเศษ ทำให้งานโดยรวมของทางวงนั้นมีความเกรี้ยวกราดมากขึ้น พวกเขาและเธอก็แทบจะทาบรัศมีวงรุ่นพี่ๆหลายๆวงได้เลยทีเดียว

6. Caroline – Verdugo Hills
ผมเห็นชื่อเธอครั้งแรกตอนที่เข้าไปดูในเว็บไซต์ของสังกัด Temporary Residence ซึ่งทีแรกก็ยังไม่เอะใจเท่าไหร่ แต่ภายหลังที่เห็นใบหน้าจริงๆก็ถึงกับอึ้งทันที เพราะหน้าตาของเธอออกไปทางเอเชียมากกว่าฝรั่งเสียอีก แถมพอมารู้ภายหลังว่าเป็นน้องสาวของโอลิเวีย ซึ่งเป็นนักร้องเจร็อคที่ดังมากอยู่ช่วงหนึ่ง ก็ยิ่งทำให้เกิดความสนใจในตัวเธอมากขึ้น นั่นก็รวมถึงงานดนตรีของเธอด้วย อัลบั้มนี้เป็นงานอิเลกโทรนิกปนอะคูสติกที่ไพเราะชวนเคลิ้ม แต่ก็แฝงไปด้วยความเหงาอยู่ในตัว และเสียงร้องที่เบาและนุ่มนวลของเธอก็ถือเป็นเสน่ห์อีกอย่างที่ขาดไม่ได้ เมื่อนำองค์ประกอบเหล่านี้มารวมกันจักทำให้เกิด “ความเหงาที่เพลิดเพลิน”

7. Dakota Suite – The Hearts of Empty/The North Green Down (with Emanuele Errante)
ช่วงนี้เป็นช่วงที่ผมแพ้เสียงเปียโนเป็นพิเศษ โดยเฉพาะงานเปียโนที่แฝงไปด้วยความเศร้าและเหงาอย่างเช่นที่วงนี้ได้ทำเอาไว้ทั้งสองชุด โดย The Hearts… จะเน้นความเป็นแจ๊สที่เรียบง่ายแต่ยังอารมณ์เหงาๆอันเป็นเอกลักษณ์ ใช้เครื่องดนตรีเพียงไม่กี่ชิ้นก็สามารถสร้างความลงตัวได้ แต่ The North… จะแตกต่างกัน เพราะเป็นดนตรีคลาสสิกร่วมสมัยที่ให้อารมณ์ที่ดำดิ่งยิ่งกว่า โดยมีเพื่อนซี้อย่างเอมานูเอล เอร์รันเต มาร่วมงานด้วย งานชุดหลังนี้ทางวงก็ทำขึ้นมาเพื่อไว้อาลัยแก่น้องสะใภ้ของสมาชิกคนหนึ่งในวงที่เสียชีวิตไป ดนตรีที่เหงาหงอยและดำดิ่งแบบนี้ถือเป็นของขวัญวันปวดใจสำหรับเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับผมในปลายปีนี้ด้วย

8. Kalafina – After Eden
หลังจากที่ได้รู้จักพวกเธอจากอัลบั้มก่อน (Red Moon) แถมยังติดใจเพลงของพวกเธออยู่หลายเพลงพอควร โดยเฉพาะ Hikari no Senritsu และ Lacrimosa (เพลงหลังเป็นเพลงจบจากอนิเมเรื่อง พ่อบ้านปิศาจ) ซึ่งชุดนั้นก็เน้นบรรยากาศแบบกอธิคอยู่พอควร แต่มาชุดนี้งานของพวกเธอแลจะสว่างไสวมากขึ้น รวมถึงเสียงร้องประสานก็มีความโดดเด่นและงดงามขึ้นด้วย ถ้าจะให้บรรยายอัลบั้มชุดนี้เพียงหนึ่งคำ ผมขอเรียกอัลบั้มว่า “เสียงสวรรค์”

9. Nujabes – Spiritual State
ไม่รู้ว่ามารู้จักยอดดีเจอย่างจุน เซบะ ช้าไปหรือเปล่า เพราะได้ฟังเพลงของเขาครั้งแรกจากอนิเมซามูไรยุคเอโดะอย่างซามูไรแชมป์ลู ที่นำเพลงที่มีบีทเรียบแต่หรูของจุนซังมาผสมกับเนื้อเรื่องได้อย่างกลมกลืน แต่เอาเข้าจริงๆ งานของเขาก็มีความเป็นทริปฮอพและแจ๊สอยู่มากพอสมควร โดยบางครั้งเขาก็จะนำแซมเปิ้ลจากศิลปินรุ่นเก่าๆ (โดยเฉพาะในสาขาคูลแจ๊ส) มาใส่ลงไปในเพลงด้วย สิ่งเหล่านี้จึงกลายเป็นเอกลักษณ์ที่หาได้ยาก ในหมู่ศิลปินฮิพฮอพด้วยกัน และงานชุดนี้ก็ให้ความรู้สึกที่ Spiritual สมชื่ออัลบั้ม แม้เขาจะเสียชีวิตไปตั้งแต่ปีก่อน เขาก็ยังทิ้งผลงานดีๆไว้ให้ฟังเป็นชุดสุดท้ายก่อนที่จะลาจากวงการเพลงไปตลอดกาล ขอให้ไปสู่สุคตินะครับ...จุนซัง...

10. Pat Metheny – What’s It All About
งวดนี้น้าแพทมาแบบเปลือยเปล่าสุดๆกับกีต้าร์โปร่งเพียงตัวเดียว (แต่อาจจะมีโชว์บรรเลงปิกัสโซกีต้าร์ด้วย) และแม้จะเป็นเพลงคัฟเวอร์ทั้งหมด แกก็สร้างอัตลักษณ์ในแต่ละเพลงได้อย่างดี โดยเฉพาะในเรื่องอารมณ์ที่ค่อนข้าง Abstract อันเด่นชัดอยู่พอสมควร ซึ่งน่าจะสังเกตได้ในบางเพลงอย่างเช่น The Girl from Ipanema ที่แต่เดิมเป็นบอสซาโนวา แต่เวอร์ในอัลบั้มนี้ค่อนข้างล่องลอยเอาการ อย่างไรก็ตาม งานชุดนี้ก็ถือเป็นอัลบั้มบรรเลงกีต้าร์ที่น่าฟังที่สุดอีกหนึ่งชุดเท่าที่ได้ฟังมา

11. Explosions in the Sky – Take Care, Take Care, Take Care
งานชุดนี้มาแบบไม่ค่อยฟุ้งกระจายเหมือนชุดก่อน จึงมีอารมณ์ก็มีความใกล้เคียงกับ The Earth is Not a Cold Dead Place อยู่พอสมควร แม้งานชุดนี้จะพีคไม่สุดเท่าสองชุดก่อน พวกเขาก็มีความเรียบง่ายแต่ลงตัวเข้ามาแทนที่ จึงทำให้งานชุดนี้มีความรู้สึกผ่อนคลายและนุ่มนวลขึ้น

12. Ketil Bjornstad & Svarte Henryson – Night Song
“A Melancholic Serenade…”

13. Acid Mothers Temple SWR & Umezu Kazutoki – Sax & the City
ความทรงจำเมื่อครั้งคอนเสิร์ตที่ AMT มาแสดงเมื่อปีก่อนยังไม่จางหาย คราวนี้พวกเขาก็ออกอัลบั้มมาให้หายคิดถึงกันอีกแล้ว ซึ่งก็มีชุดนี้กับอัลบั้มที่เป็นของไลน์อัพหลักอีกหนึ่งชุด (AMTSWR คือไลน์อัพที่มาเล่นที่บ้านเราเมื่อปลายปีก่อนโดยมีน้าอุจิฮาชิ คาซึฮิสะ มาแจมด้วย) โดยความรู้สึกแรกหลังจากที่ได้ฟังชุดนี้จบไปก็คือ “บ้าคลั่ง” และ “ปั่นประสาท” ถึงขนาดที่ว่าผมเอาไปเปิดที่สถานีวิทยุออนไลน์แห่งหนึ่ง (ไม่ขอเอ่ยนามละกัน) แล้วถึงกับโดนด่าทันที่ว่าเปิดเพลงประสาอะไร น่ารำคาญ อะไรทำนองนี้ แต่ผมก็ไม่สนใจหรอกครับ เพราะงานชุดนี้คือสุดยอดแห่งความเพี้ยนโดยแท้จริง

14. Fjordne – Charles Rendition
ชุนอิจิโร ฟุจิโมโตะ หรือ Fjordne ได้รังสรรค์งานมินิมัลอิเลกโทรอะคูสติกที่ไพเราะนุ่มนวลมาตลอด มาชุดนี้เขาเปลี่ยนมุมมองใหม่ด้วยการใช้เปียโนเป็นหลัก โดยเขาได้รับอิทธิพลจากนิยายชื่อดังของชาร์ลส ดิคเคนส์ อย่าง Great Expectations ที่เคยนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์มาแล้ว ไลน์เปียโนของเขานั้นจะเน้นทางแจ๊สเป็นหลัก โดยมีเครื่องเป่าและเครื่องสายคอยช่วยเหลืออยู่เบื้องหลัง โดยมีความรู้สึกที่เลื่อนลอยหงอยเหงาแฝงอยู่ด้วย ซึ่งถือว่าเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งที่ติดตัวเขาตลอดมา และงานชุดนี้อาจจะเป็นอัลบั้มที่ตอบโจทย์คำว่า Postmodernism ได้อย่างดี

15. Sunn O))) Meets Nurse with Wound – The Iron Soul of Nothing
การร่วมงานครั้งนี้ถือเป็นการร่วมงานครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ของสาขาโดรนเลยก็เป็นได้ เมื่อวงโดรนรุ่นหนุ่มจากเมืองลุงแซมโคจรมาพบกับวงโดรนรุ่นเก่าจากแดนผู้ดี ผลออกมาก็คือ งานโดรนแอมเบียนท์ที่มืดมิดและดำดิ่ง ซึ่งดูเป็นกลางที่สุดสำหรับทั้งสองวง นอกจากนี้แต่ละเพลงก็ยังมีความละเลียดอยู่ในตัว จึงทำให้เกิดสุ้มเสียงที่ดูลึกลับและชวนค้นหา และถึงงานชุดนี้จะมีความมืดมน แต่กลับให้ความรู้สึกที่นิ่งสงบอย่างน่าประหลาด

16. Fennesz & Sakamoto – Flumina
หลังๆมานี้ น้าริวอิจิเริ่มเดินทางเข้าสู่สายมินิมัลมากขึ้น เนื่องด้วยเครือข่ายรอบๆตัวแกก็มีแต่บุคคลในสาขานี้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น Alva Noto ซึ่งแกก็ได้ร่วมงานด้วยอีกครั้งหนึ่งในช่วงต้นปี หรือน้าคริสเตียน เฟนเนสซ์ มินิมัลลิสต์รุ่นเก๋าจากออสเตรีย ที่ได้ร่วมงานในชุดนี้ที่จะเน้นแอมเบียนท์ผสานมินิมัลเปียโนที่เลื่อนลอย แต่ก็ให้ความรู้สึกที่ “ออร์แกนิก” (ราวกับตัวเพลงนั้นมีชีวิตอยู่) อย่างน่าอัศจรรย์ และการเดินคอร์ดของน้าริวนั้นก็เป็นไปอย่างเยือกเย็น คลอไปกับ Soundscapes ที่นิ่งสงบจากน้าเฟนเนสซ์ และด้วยจำนวนเพลงที่มากถึง 24 เพลง (แบ่งเป็นสองซีดี) เราจึงสามารถสัมผัสกลิ่นอายของธรรมชาติจากจินตนาการของพวกเขาได้อย่างเต็มอิ่ม

17. Liliuminarium – Demolished Territory
“The Destroyer’s Noise!!”

18. Kreng – Grimoire
มืดมน งดงาม และ คลาสสิก...

19. Sleepsmakeswaves - …And So We Destroyed Everything
ผมขอยกสี่หนุ่มจากแดนจิงโจ้กลุ่มนี้เป็นอีกหนึ่งวงม้ามืดในสาขาโพสร็อค ถึงแม้ช่วงนี้ผมจะไม่ค่อยได้ฟังวงที่มีท่อนหนักๆมากนัก แต่พวกเขาก็ทำงานออกมาได้อย่างน่าประทับใจ เนื่องด้วยการที่มีเครื่องสายและเครื่องเป่ามาแซมอยู่ในดนตรี และสุ้มเสียงของพวกเขาที่มีความหนักแน่นน้องๆโพสเมทัลกันเลยทีเดียว (อิทธิพลของพวกเขาค่อนข้างเปิดกว้าง) นอกจากนี้ พวกเขายังสร้างทำนองออกมาได้เข้มข้นและทรงพลังอีกด้วย เพียงเท่านี้พวกเขาก็สามารถครองใจผมได้อย่างอยู่หมัดแล้ว

20. Vampillia – Alchemic Heart
แม้วงนี้จะเป็นวงรวมดาราที่ทำงานค่อนข้างป่วนประสาทมาก่อน แต่เมื่อมาทำงานโดรน พวกเขาก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน รวมถึงการได้นักดนตรีระดับหัวกะทิเช่น จาร์โบ (อดีต Swans) Merzbow และวง Inswarm ที่มาเสริมทัพในส่วนของริฟฟ์กีต้าร์หนืดๆยานๆในครึ่งหลังของทั้งสองเพลง แต่งานชุดนี้ไม่ได้เป็นเพียงโดรนเมทัลเท่านั้น เพราะยังมีกลิ่นอายดนตรีคลาสสิกอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในส่วนของเครื่องสายและเปียโน การอิมโพรไวส์เสียงร้องของจาร์โบทซึ่งเสริมสร้างบรรยากาศของดนตรีให้ดูหลอนขึ้นมาแบบพอหอมปากหอมคอ และเสียงนอยส์พื้นหลังโดย Merzbow ผลที่ออกมาก็คือ งานชุดนี้เป็นงานที่มีความลึกล้ำและชวนต้นหาในตัวมันเอง

21. Cicada – Pieces
...(ไร้ซึ่งคำบรรยายใดๆ ให้เพลงช่วยบอกเล่าแทนผมก็ละกัน)...

22. Spangle Call Lilli Line – Piano Lesson
งานที่เรียบง่าย น่ารักน่าหยิก และชวนพริ้มแบบนี้ ผมคงไม่อยากบรรยายอะไรมากอีกแล้ว...

23. Dustin O’Halloran – Lumiere
ดัสติน โอ แฮลโลแรน คือ นักเปียโนที่สามารถเรียกน้ำตาของผมออกมาได้...

24. Dragonland – Under the Grey Banner
วงนี้เป็นวงที่ค่อนข้างจะมาแรงแซงโค้งสำหรับผม แม้ว่าจะได้ยินชื่อเสียงของพวกเขามานาน และเพื่อนๆที่รู้จักบางส่วนก็ชื่นชอบฝีไม้ลายมือของวงอยู่พอสมควร ตัวผมเองก็เพิ่งได้รู้จักกับพวกเขาครั้งแรกกับอัลบั้มนี้ ซึ่งถือเป็นภาคสุดท้ายของไตรภาคอาณาจักรมังกร (Dragonland Chronicles Trilogy) ซึ่งเนื้อหาในชุดนี้ก็จะต่อจากสองอัลบั้มแรกสุด สำหรับดนตรีนั้นคงไม่ต้องบรรยายกันมากนัก เพราะพี่ท่านเล่นจั่วหัวกล่องอัลบั้มไว้เลยว่า “สำหรับแฟนเพลงของ Rhapsody of Fire และ Kamelot” ซึ่งก็น่าจะเดาทางดนตรีได้ไม่ยากเลย สิ่งที่ทำให้ผมติดใจในอัลบั้มนี้ก็คือสุ้มเสียงที่แข็งแกร่งทรงพลังและความต่อเนื่องของแต่ละเพลงที่ทำให้ดูเป็นอีปิกยิ่งขึ้น สองสิ่งนี้ทำให้อัลบั้มได้ขึ้นมาอยู่ในลิสต์นี้อย่างเป็นเอกฉันท์

25. ENO - -t
อีกหนึ่งผลิตผลที่หามาได้จาก Bandcamp พวกเขาเป็นวงดูโอจากสวิตเซอร์แลนด์ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับลุงไบรอัน อีโน แต่อย่างใด (แล้วชื่อนี้พวกท่านได้แต่ใดมา...) ทางวงมาพร้อมกับดนตรีโพสร็อคที่แสนจะละเลียด โดยได้อิทธิพลจากวงรุ่นพี่หลายๆวงเช่น Mono, Mogwai และ Gregor Samsa เป็นต้น แม้สมาชิกจะมีเพียงสองคือกลองและกีต้าร์ แต่รายละเอียดที่ออกมานั้นสามารถเทียบได้กับฟูลแบนด์ได้เลย โดยเฉพาะส่วนของกีต้าร์นั้นแลจะมีเลเยอร์ที่หลากหลาย เมโลดี้ที่ไพเราะชวนฝัน และการเรียบเรียงเพลงที่ชาญฉลาด ทำให้งานมีความไหลลื่นชวนติดตาม และด้วยความที่งานของพวกเขาไม่ได้เน้นพีคมากนัก จึงให้ความรู้สึกที่เบาสบายราวกับนั่งอยู่บนปุยเมฆ  

26. Steve Hackett – Beyond the Shrouded Horizon
สดใส ไพเราะ อลังการ และ อีปิกตลอดอัลบั้ม...

27. Karmakanic – In a Perfect World
Karmakanic เป็นอีกหนึ่งวงที่ทำงานได้ดีมาตลอด แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงไลน์อัพอยู่บ่อยครั้งก็ไม่มีผลกระทบต่อภาคดนตรีเท่าใดนัก เพราะสมาชิกแต่ละคนที่มาอยู่ในวงก็จะเป็นเครือข่ายคนกันเองทั้งนั้น งานดนตรีของพวกเขาก็ยังคงเน้นความสวยงาม โดยเสริมความหนักแน่นจากภาคกลองของมาร์คัส ลิลีควิสต์ และการมีมือคีย์บอร์ดคนที่สองเข้ามาทำให้งานดูมีมิติและสีสันมากขึ้น ผมขอนิยามงานชุดนี้ไว้สั้นๆว่า “In a Perfect Mood” ก็ละกันครับ

28. 3 – The Ghost You Gave to Me
หลังจากที่พวกเขาพยายามที่จะดันตัวเองให้เป็นโปรเกรสสีฟเมทัลแต่ทำไม่สำเร็จในชุด The End is Begun แล้วจึงหันมาทำงานที่เน้นอะคูสติกแทนในชุดก่อนอย่าง Revisions แต่มาชุดนี้พวกเขามาเลือกเดินทางสายกลาง โดยนำส่วนอะคูสติกจากชุดก่อนมาผสานกับส่วนที่เป็นเมทัลไว้อย่างสมดุลย์ ซึ่งโดยส่วนที่เป็นเมทัลนั้นพวกเขาทำออกมาได้สะอาดกว่าในชุด The End… มาก แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งความหนักแน่น เรียกได้ว่าพวกเขามาถูกทางแล้วจริงๆ

29. Theocracy – As the World Bleeds
วงนี้ถือเป็นอีกหนึ่งวงเลือดใหม่ที่น่าจับตามอง โดยฉพาะในส่วนของพัฒนาการ ทั้งด้านการเพิ่มจำนวนสมาชิกและผลงานที่คุณภาพดีไม่มีตก งานชุดนี้จึงกลายสมบูรณ์แบบจนน่าจะสามารถเรียกว่ามาสเตอร์พีซได้อีกหนึ่งชุดเลยละ

30. Harold Budd – In the Mist
หลังจากที่สองจิตสองใจอยู่นานว่าจะเลือกงานชุดไหนดี เพราะปีนี้ลุงแฮโรลด์ บัดด์ออกงานมาถึงสามชุดด้วยกัน สุดท้ายผมจึงมาเลือกงานเดี่ยวของแกนี่ละ เนื่องจากงานที่ทำกับพี่โรบิน กุธรี (เจ้าประจำ) ก็แลจะฟุ้งไปหน่อย ส่วนงานที่มีเอรัลโด เบร์นอชชี มาร่วมด้วยนั้นก็เพิ่งจะออกมาไม่นาน สุดท้ายผมจึงเลือกชุดนี้ ด้วยสุ้มเสียงที่เยือกเย็นและเหมาะกับบรรยากาศหน้าหนาวในช่วงนี้ดีนั่นเอง แต่บางครั้งมันก็เย็นยะเยือกเสียจนน่าขนลุกเลยละ ซึ่งนี่ก็เสน่ห์ในไลน์เปียโนของลุงคนนี้นี่เอง

Albums Yet to Be On the List
Steven Wilson – Grace for Drowning
Bass Communion – Cenotaph
Origin – Entity
Ozric Tentacles – Paper Monkeys
Pain of Salvation – Road Salt Two
Leprous – Bilateral
Dream Theater – A Dramatic Turn of Events
Mastodon – The Hunter
Wilco – The Whole Love
White Lies – Ritual
Dale Cooper Quartet & the Dictaphones – Metamanoir
The Kilimanjaro Darkjazz Ensemble – From the Stairwell
48V – South II
Abruptum – Potestates Apocalypsis
Aethenor – En Form For Bla
New Risen Throne – Loneliness of Hidden Structures